สำนักการคลัง

เทศบาลนครมีหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะตามกฎหมาย โดย พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ รวมแก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน กำหนดหน้าที่ของเทศบาลนคร ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องทำในเขตเทศบาลตามมาตรา ๕๖ และหน้าที่อาจจัดทำตามมาตรา ๕๗ โดยภายใต้อำนาจหน้าที่เหล่านี้ ในส่วนของการคลังและทรัพย์สินของเทศบาลต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา ๖๕ ถึง มาตรา ๗๐

การปฏิบัติราชการของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีมีปริมาณงานจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องกำหนดทิศทางการบริหารให้ชัดเจนประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๑๖ กำหนดให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น โดยจัดทำเป็นแผนสี่ปี ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ทั้งนี้ราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการสี่ปี ในลักษณะของแผนก้าวหน้าที่จะต้องทบทวน และจัดทำทุกปีเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นกองคลังจึงกำหนดทิศทางการบริหารงานคลัง ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าหมาย ตัวชี้วัด และกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  1. ทบทวนปัจจัยภายในภายนอก (SWOT analysis) และกำหนดความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย
  2. กำหนดทิศทางการบริหารงานคลัง

จากผลการทบทวนดังกล่าวจึงได้จัดทำแผนปฏิบัติราชการสี่ปี (พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๘) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานคลังของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

ทิศทางการบริหารงานคลัง

วิสัยทัศน์ (Vision)

ระบบข้อมูลมีความครบถ้วน ถูกต้อง กระบวนการบริหารมีประสิทธิภาพ
สร้างความพึงพอใจแก่ผู้รับบริการ

พันธกิจ (Mission)

  1. พัฒนาระบบข้อมูล
  2. พัฒนาบุคลากร
  3. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
  4. พัฒนาระบบการบริหารจัดการ

ยุทธศาสตร์ (Strategy)

การบริหารงานคลังได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ ๓ ประเด็น ประกอบด้วย

  • เพิ่มสมรรถนะของระบบข้อมูล
  • เพิ่มสมรรถนะของพฤติกรรมบุคลากร
  • เพิ่มสมรรถนะการบริหารจัดการ
ตารางที่ ๑ เพิ่มสมรรถนะของระบบข้อมูล
เป้าหมาย ตัวชี้วัด กลยุทธ์
ข้อมูลมีความครบถ้วน ถูกต้อง
  • ร้อยละของข้อมูลที่มีความครบถ้วน และถูกต้องเพิ่มขึ้น
  • ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการสูงขึ้น
การเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
การบันทึก การจัดเก็บ การค้นหา และการนำไปใช้ข้อมูลมีความสะดวกและรวดเร็ว
  • ร้อยละของระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่แต่ละขั้นตอนลดลง
  • ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการสูงขึ้น
  • นำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้
  • ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย
ตารางที่ ๒ การเพิ่มสมรรถนะพฤติกรรมบุคลากร
เป้าหมาย ตัวชี้วัด กลยุทธ์
บุคลากรมีความรู้ และมีความสามารถ
  • ร้อยละของระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่แต่ละขั้นตอนลดลง
  • ระดับความขัดแย้งระดับบุคคล และระดับส่วนราชการลดลง
  • ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการสูงขึ้น
ส่งเสริมให้บุคลากรได้รับการศึกษา และอบรม
บุคลากรมีความตั้งใจ และอุทิศเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการ
  • ร้อยละของระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่แต่ละขั้นตอนลดลง
  • ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการสูงขึ้น
  • ส่งเสริมให้บุคลากรมีความก้าวหน้าในสายอาชีพ
  • สร้างความเป็นธรรมในการพิจารณาความดีความชอบ
ตารางที่ ๓ การเพิ่มสมรรถนะการบริหารจัดการ
เป้าหมาย ตัวชี้วัด กลยุทธ์
การบริหารจัดการเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง
  • ร้อยละของข้อทักท้วงจากหน่วยงานตรวจสอบลดลง
  • ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการสูงขึ้น
ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องและผลที่เกิดขึ้นทั้งทางบวกและทางลบ
บริหารจัดการโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
  • ระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่แต่ละขั้นตอน ได้รับการพัฒนาเข้าสู่มาตรฐานที่เชื่อถือได้
  • ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการสูงขึ้น
  • ออกคำสั่งมอบหมายหน้าที่
  • ให้แต่ละคนวางแผนการปฏิบัติงาน
  • บันทึกการปฏิบัติงานพร้อมระยะเวลาที่ใช้
  • รายงานผลการปฏิบัติพร้อมประเมินตนเอง
บริหารจัดการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์
  • ร้อยละของการพัฒนารายได้ในส่วนที่กฎหมายให้อำนาจเทศบาล ดำเนินการจัดเก็บเพิ่มสูงขึ้น
  • ร้อยละของระบบข้อมูลที่มีความครบถ้วน และถูกต้องสูงขึ้น
  • ระดับความพึงพอใจในกระบวนการก่อหนี้ผูกพันธ์ของผู้รับบริการสูงขึ้น
  • ระดับความพึงพอใจในกระบวนการบริหารการเงินและบัญชีของผู้รับบริการสูงขึ้น
  • ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการต่อกระบวนการบริหารธุรการสูงขึ้น
บริหารจัดการโดยใช้หลักเกณฑ์ทางการบริหารที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ เช่น หลัก posdcorb, หลักธรรมาภิบาล, หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการที่ดี เป็นต้น

ใส่ความเห็น